หมอก-พัท NC เน่าๆ (32)
posted on 15 May 2012 18:40 by laokhwan-mukบทที่ 32
บนประตูหน้าห้องผู้ป่วยนามนายเมฆา รัตนวิทย์ ผมยืนเก้ๆกังๆว่าจะเปิดไม่เปิด จะบอกว่ายังไงดีละ ผมว่าผมเร็วเกินไปนะ พอตกเย็นหลังจากท่านภูมิไปหาที่โรงเรียน ผมตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลเลย นี่เขาเรียกว่าเร็วเกินไปแล้ว!! ท่าจะบ้านะเรา บอกกับตัวเองว่าจะไม่มาจะไม่มา แต่ก็ดั๊นนน ดั้นด้นมาจนได้ ใจง่ายไปป่าวว้า?
“คุณชายครับ ไม่เปิดซักทีละครับ” เออลืมไป เอาไอ้แวนมาด้วยนี่หว่า แหะๆ คงอยากรู้ละสิว่ามันมาได้เยี่ยงไร เล่าให้ฟังก็ล่ายว่าแม่งโทรมาตั้งแต่บ่ายสาม ผมยังไม่เลิกเรียนด้วยซ้ำ มันบอกว่าจะมารับ กลัวกลับบ้านเจอพวกไอ้ยักษ์ ป้องกันไว้ก่อนประมาณนั้น ผมก็ไม่เอาสิ ใครจะบ้ามีบอดี้การ์ดหน้าตาน่าปกป้องตัวเองแบบนี้ เถียงกันไปเถียงกันมาครึ่งค่อนชั่วโมงจนเลิกเรียนพอดิบพอดี สรุปคือไม่ได้เรียนไปเถอะคาบนั้นนะ สุดท้ายเป็นไงละ ผมก็แพ้นะสิ เพราะมันดันมาจอดรถรอที่โรงเรียนเลย จะบ้าตาย
“เรื่องของกู” พูดดีด้วยไม่ได้หละไอ้แวนบ้า คิดแล้วโมโห มีพวกนิสัยแย่ๆมารายล้อมแล้วคนหล่อปวดใจT^T
“หรือว่ากลัวเปิดแล้วเจอภาพบาดตาบาดใจ”
“แบบไหนมิทราบว่ะ??”
“ก็แบบว่าแฟนมึงกำลังหม้อพยาบาลไรเงี้ย”
“คิดมาได้นะ กูกลัวเขาจะฆ่ามึงเพราะคิดว่าเป็นชู้ต่างหาก!”
“ฮั่นแน่!!!” ไอ้แวนชี้นิ้วทำหน้ากวนตีน เฮ้ย! ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนี่นา คิดอะไรอยู่เนี่ย- -
“ซึนจริงๆเลยคนแถวนี้” ดูมันแซว ซึนคืออะไรว่ะ? แซวใครก็ควรจะแซวให้เขารู้เรื่องหน่อยนะเว้ย โอยงงจริงๆชีวิต ผมทะเลาะกับมันจนพยาบาลกับพวกคนที่เดินผ่านไปมาต้องหันมามอง เออรู้แล้วๆ จุดสนใจขนาดนี้ เงียบก็ได้ว่ะ ทันทีที่เงียบไอ้แวนก็เงียบตาม ตลกดีว่ะ ถ้าผู้ใหญ่เงียบๆกันบ้างโลกก็คงสงบสุขขึ้นละมั้งเนี่ย
“ตกลงเคาะนะ” ก๊อตซิล่าตั้งมือเตรียมเคาะ
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวเคาะเอง” ผมตั้งมือเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก......ก๊อกก๊อก.........ไม่มีสัญญาณตอบรับจากไอ้คนหน้าหล่อที่ท่านเรียก
“หรือมันหลับ?” ไอ้แวนเสนอข้อคิดเห็น เออ มันก็จริง แต่นี่มันเพิ่งบ่ายสี่มันจะหลับไปเพื่ออะไร พอผมลองคิดย้อนเวลาดูเมื่อก่อนไอ้หมอกมันก็หลับบ่อยอยู่จริงๆนั่นแหละ ยิ่งช่วงที่ผมปิดเทอมเล็กมันก็เอาแต่นอนนี่หว่า นอกจากนอนแล้วมันก็.....>< พอเถอะ!! ไม่เล่าและ!
“ไม่เป็นไร เปิดเข้าไปเถอะ” พูดไม่ทันขาดคำเหมือนไอ้คุณแวนจะรอคำนี้มานานมันเปิดประตู ยื่นหน้าเข้าไปในห้องแล้วก็กลับออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“เฮ้ย มึงเป็นไร???” หน้าตาเหมือนเพิ่งไปดูหนังสยองขวัญมาของมันทำเอาผมใจเสียทันที
“มันกับพยาบาลสาวสวย.....”
“ห๊า!! แม่ง!!!”
“เฮ้ย! เบาเบ๊า กูล้อเล่น”
“เชี่ย!” ไอ้ก๊อตซิล่าแวนเอ๊ยยย ทำกูตกใจแทบตายเลยมึงนี่ ถ้าหัวใจวายขึ้นมาจะให้ทำยังไงห๊า
ไอ้แวนแม่งหัวเราะที่แกล้งผมได้ ผมจ้องแล้วจ้องอีกก็ยังไม่สำนึก แล้วจู่ๆพยาบาลก็ออกมาจากห้องของไอ้หมอก เราหลบไปคนละทาง ผมถลึงตาใส่ไอ้แวนอีก
“ก็แค่พยาบาลมาตรวจเฉยๆนะ”
“ว่างนักรึไงชอบแกล้งคนอื่นเขา” ผมบ่น แต่แล้วมันก็ขอโทษขอโพย เออๆช่างแม่ง ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมซักที ผมปัดมือไล่ให้มันกลับบ้านไปซะ ไอ้แวนจึงจะกลับแต่บอกให้โทรไปหามันตอนที่ผมจะกลับบ้าน มันจะมารับ ลองคิดดูดีๆ แม่งก็ห่วงคนอื่นเป็นนี่หว่า
เปิดประตูเข้าไปในที่สุด เจอกลิ่นละมุดคละคลุ้งเลยนะไอ้หมอก....เฮ้อ!
(ตอนที่จะปรากฏต่อไปนี้....)
>>>>
>>>
>>
>
“สะ หวัด ดี!” ปฏิกิริยาทันทีที่ได้ยินคำทักทายของผมมันถึงกับตกใจสุดขีดแล้วกะเผลกมาหาอย่างรวดเร็วชนิดที่ผมไม่คิดว่ามันจะสามารถถึงขนาดนั้น ถึงมันจะถอดเฝือกแล้วก็เถอะ สองแขนแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อรวบผมเอาไว้ ตัวที่หนักเหลือเกินโถมเข้าใส่ทิ้งน้ำหนักลงที่ผมจนเซ กลิ่นหอมอ่อนๆแบบแปลกๆลอยเตะจมูกผสมกลิ่นเบียร์ มันคงเพิ่งจะอาบน้ำละมั้ง มันเริ่มจะรัดแน่นเกินไป กูไม่ใช่เหยื่อนะเว่ย งูอย่างมึงเพลาๆหน่อย
“ไปไงมาไงถึงได้มาหากูละ” ยังคงกอดผมแน่น กับจมูกที่ฝังลงต้นคอของผม
“ก็แค่อยากลองมาเที่ยวโรงบาลดูนะ” ขณะที่จมูกและลิ้นไล้โลมต้นคอ มือก็เลื้อยเปิดเสื้อ ส่วนผมก็ดิ้นนะสิ
“โอ๊ย!” แว้กกกก ช่วยด้วยผมโดนงูกัด กัดตรงคอซะด้วย เป็นรอยแล้วมั้งเนี่ย เชี่ยหมอกกูต้องไปโรงเรียนนะพรุ่งนี้
“คิดถึงชิบหาย” มันยังขบไม่เลิก ส่วนมือเริ่มเลื้อยลงข้างล่าง พยายามปลดเข็มขัดนักเรียน
“หยุดทำอะไรบ้าๆน่า”
“เจอะคนใจร้ายใจดำก็มีแต่ช้ำ...รับกรรม~”
“เพลงรุ่นพ่อมึงหรือไงเนี่ย โอ๊ย! หยุดนะ!” ใบหน้าคมสันเลื่อนลงที่หน้าอก ซึ่งเสื้อแม่งถูกถอดไปตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้เพราะผมมัวแต่ห่วงข้างล่างมากกว่า ไอ้หมอกไม่ฟังที่ผมพูดแม้แต่นิด ลิ้นเลียไล้วนไปเรื่อย หยุดเม้มที่ยอดอกชูชัน ผมกัดปากไม่ส่งเสียงออกมา นี่มันโรงพยาบาล แถมประตูยังไม่ได้ล็อค!! (ตกลงแกห่วงแค่นี้?- -“)
“พอได้แล้ว อ๊ะ!” คนตัวใหญ่ผลักผมลงบนโซฟา มันกะเผลกไปที่ประตู ได้ยินเสียงกริ๊กก่อนมันจะเดินมาหา ทาบตัวทับลงมา ถอดเสื้อของตัวเอง ตามด้วยกางเกง แล้วหันมาถอดของผม
“ปล่อยนะ!”
“จุ๊ๆ อย่าเสียงดังสิ นี่มันโรงพยาบาลนะ” ปากพูดมือไม่หยุด
“ก็นั่นนะสิ มึงถึงไม่ควร..” ไอ้หมอกก้มลงมาจูบ ลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาในโพรงปาก ราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย หมอกจับขาผมแยกออกอย่างกว้าง ลมหายใจฟืดฟาดน่ากลัว ฝ่ามือใหญ่จับจุดอ่อนไหว กอบกุมเอาไว้ ผมสะดุ้งปัดออกไป แต่ไม่ช่วยอะไรเลย ไอ้หมอกขยับมือที่กอบกุมขึ้นลง เร่าร้อนเสียจนจะบ้าตาย ความเสียวซ่านปะทุขึ้นภายใน ถาโถมราวกับคลื่นบ้าคลั่ง
“อ๊ะ!”
“อ๊ะ อื้อ!”
“อ๊า”
“ม.....หมอก อ๊า!”
ฝ่ามือหยุดขยับเคลื่อนไหวพร้อมๆกับที่ของเหลวขุ่นพุ่งออกมา อารมณ์ของผมเริ่มจับจุดไม่ได้ มันดูเลื่อนลอย หมอกเลื่อนหน้ามาจูบปากเบาๆ พร้อมยิ้มให้ เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ผมยิ้มตาม สองแขนขึ้นโอบรอบคอมันเอาไว้ ปากของเราประกบกันอีก แต่คราวนี้ผมโอนอ่อนตาม ลิ้นของเราพันกัน ผมยังไม่ชินกับความรุนแรงของมันซักที ไอ้หมอกถอนปากออกไป แล้วขบติ่งหู ลงไปที่คอ ทุกอย่างเริ่มรุนแรงขึ้น ถึงผมจะเจ็บมากก็ตาม แต่ไม่รู้สิ ความรู้สึกมันมีความสุขมากกว่า ก้มมองดูรอยกัดตัวเอง ชักเริ่มหวั่นๆ
“หมอกปิดไฟก่อน” ผมไม่อยากให้อารมณ์ที่กำลังปะทุของตัวเองต้องหมดลง หมอกรีบลุกขึ้นไปปิดไฟ พอเดินจะถึงโซฟามันก็ถอดกางเกงลง ผมหันหน้าหนีทันที
“อายอะไร” มือหนาจับคางให้หันมาตรงๆ
“ไม่ได้เจอกันซะนาน ไม่ลองจำภาพดีๆเอาไว้หน่อยเหรอ”
“ภาพอะไรวะ” ผมถาม
“ภาพเราสองคนไง” หมอกก้มลงหอมแก้ม ผมเอียงคอหลบด้วยความเขินอาย มันก็ยังตามมาไล่หอมอีก ได้ไปหลายฟอดมือเริ่มเลื้อยอีกหน คราวนี้ลงไปต่ำกว่าจุดแรก ตรงช่องทางคับแคบของผม ไอ้หมอกพยายามสอดนิ้วเข้าไป มันเจ็บมากและแน่นมาก
“อือ...” ใบหน้าแสดงถึงความเสียวกระสัน คิ้วเข้าหากันเป็นปม ผมหายใจแรงเมื่อนิ้วของไอ้หมอกเริ่มเข้ามาข้างในลึกขึ้น ลึกขึ้น จากความคับแน่นก็ลื่นและยืดหยุ่นขึ้นทีละนิด เล็บผมจิกแผ่นหลังแกร่ง ความเสียวซ่านแผ่กระจาย เสียงครวญครางของตัวเองฟังดูแล้วช่างน่าอายแต่หยุดไม่ได้ จากหนึ่งนิ้วกลายเป็นสอง ไอ้หมอกใส่เข้ามาพร้อมกันสองนิ้ว ขยับเข้าออกเป็นว่าเล่น ผมหายใจไม่ทันดูเหมือนจะตายไปพร้อมความสุข ความเจ็บปวดวิ่งเล่นอยู่ข้างใน ความอัดอั้นต้องการการปลดปล่อย หมอกมันคงเป็นเหมือนกัน ในที่สุดทั้งสองนิ้วที่คิดว่าใหญ่เหลือเกินออกไปแล้ว ของๆมันก็แทรกเข้ามาแทนที่และใหญ่กว่าหลายเท่านัก
“อ้า!! อื้อ ฮึก..!” ผมร้อง หมอกขยับตัวเบื้องล่างอย่างรุนแรง
“ฮ้า......” เสียงใหญ่ทุ้มของมันลอยล่องอยู่ในห้อง มันก็มีความสุขมากเช่นกัน
รู้สึกว่าโซฟาขยับไปตามแรงขย่ม ผมบอกให้มันเบาๆ แต่แม่งไม่ฟังอะไรเลย
“อ๊ะ!”
“อ๊า!!”
“ออกเร็วจริงๆ” ไอ้หมอกบ่น แต่มันก็พอๆกัน รู้สึกข้างในมีน้ำใส่เข้ามาอย่างเหนอะหนะ ลำตัวเกร็งแน่นแล้วก็ฟุบลงมา มันจูบอีกครั้งและอีกครั้ง มากมายนับครั้งไม่ถ้วน หมอกขยับตัว จับผมคว่ำลง ยกสะโพกให้สูงขึ้น ท่อนกายแกร่งก็สอดใส่เข้ามาอีก
“อ๊า อ๊ะๆๆๆๆๆ”
“กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...ก็..แน่น...เหมือนเดิม”
“อ๊ะ อื้ม ไม่มีเจลนี่ไอ้บ้า!”
เอี๊ยด เอี๊ยด
“ฮ้ะ ฮ้า!”
เอี๊ยด
“แรงๆ หมอก อ๊ะ!”
“ลึก...กว่านี้”
“รักมึงนะพัท”
“อ๊า~!!!”
สติผมหลุดลอย หยาดน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว เหงื่อเปียกชื้นทั้งๆที่เปิดแอร์ เราสองคนเชื่อมต่อกันอยู่เนิ่นนาน ผมไม่รู้เลยว่ามาจบตั้งแต่เมื่อไหร่ พอตื่นขึ้นมาก็มืดแล้ว
ไอ้หมอกจูบหน้าผากพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้ บนโซฟาถึงแม้จะคับแคบแต่ผมว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แค่เราสองคนกอดกันอย่างนี้ ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้
“กี่โมงแล้ว?” ผมถามด้วยเสียงแหบแห้ง
“จะสามทุ่มแล้วหละ” หมอกขยับผ้าห่มให้สูงขึ้น ผมยังง่วงอยู่ ซุกหน้าเข้ากับแผงอกแกร่ง
“ต้องกลับบ้านแล้วหละ”
“ไม่เอา ไม่ให้กลับ” คนดื้อดึงกอดผมแน่นขึ้น
“จะกลับ!” ผมกระแทกเสียง ดันตัวเราให้ออกจากกัน นิสัยเอาแต่ใจอีกแล้วนะมึง
“บอกว่ารักก่อนเดะ”
“ไม่!”
“เจอะคนใจร้าย ใจดำ ก็มีแต่ช้ามมม รับกรรม~~”
“ครวญเพลงอะไรว่ะ! โอ๊ยย ปล๊อยยย...” คนอะไรชอบร้องเพลงเก่า กุไม่ค่อยได้ฟังนะเว้ย
“ก็ใช่ซี้ เสียงครวญของหมอกมันไม่ไพเราะเท่าเสียงครางของพัทหรอก”
“ว้ากกก ไอ้บ้าเอ๊ยย” ผมอายหน้าแดง ไม่รู้เพราะความอายที่เป็นตัวสร้างแรงพลังงานรึเปล่านะผมถึงดิ้นหลุดออกมาได้
............
--โอ้ววว ตอนนี้=[]=b (ขอโทษนะคะ แต่งไม่เก่ง)
edit @ 15 May 2012 18:48:11 by mako




(FCคนนี้เลยค่ะ)





