หมอก-พัท NC เน่าๆ (32)

posted on 15 May 2012 18:40 by laokhwan-muk

บทที่ 32

 

บนประตูหน้าห้องผู้ป่วยนามนายเมฆา รัตนวิทย์ ผมยืนเก้ๆกังๆว่าจะเปิดไม่เปิด จะบอกว่ายังไงดีละ ผมว่าผมเร็วเกินไปนะ พอตกเย็นหลังจากท่านภูมิไปหาที่โรงเรียน ผมตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาลเลย นี่เขาเรียกว่าเร็วเกินไปแล้ว!! ท่าจะบ้านะเรา บอกกับตัวเองว่าจะไม่มาจะไม่มา แต่ก็ดั๊นนน ดั้นด้นมาจนได้ ใจง่ายไปป่าวว้า?

 

“คุณชายครับ ไม่เปิดซักทีละครับ” เออลืมไป เอาไอ้แวนมาด้วยนี่หว่า  แหะๆ คงอยากรู้ละสิว่ามันมาได้เยี่ยงไร เล่าให้ฟังก็ล่ายว่าแม่งโทรมาตั้งแต่บ่ายสาม ผมยังไม่เลิกเรียนด้วยซ้ำ มันบอกว่าจะมารับ กลัวกลับบ้านเจอพวกไอ้ยักษ์ ป้องกันไว้ก่อนประมาณนั้น ผมก็ไม่เอาสิ ใครจะบ้ามีบอดี้การ์ดหน้าตาน่าปกป้องตัวเองแบบนี้ เถียงกันไปเถียงกันมาครึ่งค่อนชั่วโมงจนเลิกเรียนพอดิบพอดี สรุปคือไม่ได้เรียนไปเถอะคาบนั้นนะ สุดท้ายเป็นไงละ ผมก็แพ้นะสิ เพราะมันดันมาจอดรถรอที่โรงเรียนเลย จะบ้าตาย

 

“เรื่องของกู” พูดดีด้วยไม่ได้หละไอ้แวนบ้า คิดแล้วโมโห มีพวกนิสัยแย่ๆมารายล้อมแล้วคนหล่อปวดใจT^T

 

“หรือว่ากลัวเปิดแล้วเจอภาพบาดตาบาดใจ”

 

“แบบไหนมิทราบว่ะ??”

 

“ก็แบบว่าแฟนมึงกำลังหม้อพยาบาลไรเงี้ย”

 

“คิดมาได้นะ กูกลัวเขาจะฆ่ามึงเพราะคิดว่าเป็นชู้ต่างหาก!”

 

“ฮั่นแน่!!!” ไอ้แวนชี้นิ้วทำหน้ากวนตีน เฮ้ย! ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนี่นา คิดอะไรอยู่เนี่ย- -

 

“ซึนจริงๆเลยคนแถวนี้”  ดูมันแซว ซึนคืออะไรว่ะ? แซวใครก็ควรจะแซวให้เขารู้เรื่องหน่อยนะเว้ย โอยงงจริงๆชีวิต ผมทะเลาะกับมันจนพยาบาลกับพวกคนที่เดินผ่านไปมาต้องหันมามอง เออรู้แล้วๆ จุดสนใจขนาดนี้ เงียบก็ได้ว่ะ ทันทีที่เงียบไอ้แวนก็เงียบตาม ตลกดีว่ะ ถ้าผู้ใหญ่เงียบๆกันบ้างโลกก็คงสงบสุขขึ้นละมั้งเนี่ย

 

“ตกลงเคาะนะ” ก๊อตซิล่าตั้งมือเตรียมเคาะ

 

“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวเคาะเอง” ผมตั้งมือเคาะประตู

ก๊อก ก๊อก......ก๊อกก๊อก.........ไม่มีสัญญาณตอบรับจากไอ้คนหน้าหล่อที่ท่านเรียก

 

“หรือมันหลับ?” ไอ้แวนเสนอข้อคิดเห็น เออ มันก็จริง แต่นี่มันเพิ่งบ่ายสี่มันจะหลับไปเพื่ออะไร พอผมลองคิดย้อนเวลาดูเมื่อก่อนไอ้หมอกมันก็หลับบ่อยอยู่จริงๆนั่นแหละ ยิ่งช่วงที่ผมปิดเทอมเล็กมันก็เอาแต่นอนนี่หว่า นอกจากนอนแล้วมันก็.....><  พอเถอะ!! ไม่เล่าและ!

 

“ไม่เป็นไร เปิดเข้าไปเถอะ” พูดไม่ทันขาดคำเหมือนไอ้คุณแวนจะรอคำนี้มานานมันเปิดประตู ยื่นหน้าเข้าไปในห้องแล้วก็กลับออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

 

“เฮ้ย มึงเป็นไร???”  หน้าตาเหมือนเพิ่งไปดูหนังสยองขวัญมาของมันทำเอาผมใจเสียทันที

 

“มันกับพยาบาลสาวสวย.....”

 

“ห๊า!! แม่ง!!!”

 

“เฮ้ย! เบาเบ๊า กูล้อเล่น”

 

“เชี่ย!” ไอ้ก๊อตซิล่าแวนเอ๊ยยย ทำกูตกใจแทบตายเลยมึงนี่ ถ้าหัวใจวายขึ้นมาจะให้ทำยังไงห๊า

ไอ้แวนแม่งหัวเราะที่แกล้งผมได้ ผมจ้องแล้วจ้องอีกก็ยังไม่สำนึก แล้วจู่ๆพยาบาลก็ออกมาจากห้องของไอ้หมอก เราหลบไปคนละทาง ผมถลึงตาใส่ไอ้แวนอีก

 

“ก็แค่พยาบาลมาตรวจเฉยๆนะ”

 

“ว่างนักรึไงชอบแกล้งคนอื่นเขา” ผมบ่น แต่แล้วมันก็ขอโทษขอโพย เออๆช่างแม่ง ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมซักที ผมปัดมือไล่ให้มันกลับบ้านไปซะ ไอ้แวนจึงจะกลับแต่บอกให้โทรไปหามันตอนที่ผมจะกลับบ้าน มันจะมารับ  ลองคิดดูดีๆ แม่งก็ห่วงคนอื่นเป็นนี่หว่า

เปิดประตูเข้าไปในที่สุด เจอกลิ่นละมุดคละคลุ้งเลยนะไอ้หมอก....เฮ้อ!

(ตอนที่จะปรากฏต่อไปนี้....)



>>>>


>>>


>>

 >



“สะ หวัด ดี!” ปฏิกิริยาทันทีที่ได้ยินคำทักทายของผมมันถึงกับตกใจสุดขีดแล้วกะเผลกมาหาอย่างรวดเร็วชนิดที่ผมไม่คิดว่ามันจะสามารถถึงขนาดนั้น ถึงมันจะถอดเฝือกแล้วก็เถอะ  สองแขนแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อรวบผมเอาไว้ ตัวที่หนักเหลือเกินโถมเข้าใส่ทิ้งน้ำหนักลงที่ผมจนเซ กลิ่นหอมอ่อนๆแบบแปลกๆลอยเตะจมูกผสมกลิ่นเบียร์ มันคงเพิ่งจะอาบน้ำละมั้ง  มันเริ่มจะรัดแน่นเกินไป กูไม่ใช่เหยื่อนะเว่ย งูอย่างมึงเพลาๆหน่อย

 

“ไปไงมาไงถึงได้มาหากูละ” ยังคงกอดผมแน่น กับจมูกที่ฝังลงต้นคอของผม

 

“ก็แค่อยากลองมาเที่ยวโรงบาลดูนะ” ขณะที่จมูกและลิ้นไล้โลมต้นคอ มือก็เลื้อยเปิดเสื้อ ส่วนผมก็ดิ้นนะสิ

 

“โอ๊ย!” แว้กกกก ช่วยด้วยผมโดนงูกัด กัดตรงคอซะด้วย เป็นรอยแล้วมั้งเนี่ย เชี่ยหมอกกูต้องไปโรงเรียนนะพรุ่งนี้

 

“คิดถึงชิบหาย”  มันยังขบไม่เลิก ส่วนมือเริ่มเลื้อยลงข้างล่าง พยายามปลดเข็มขัดนักเรียน

 

“หยุดทำอะไรบ้าๆน่า”

 

“เจอะคนใจร้ายใจดำก็มีแต่ช้ำ...รับกรรม~”

 

“เพลงรุ่นพ่อมึงหรือไงเนี่ย โอ๊ย! หยุดนะ!”  ใบหน้าคมสันเลื่อนลงที่หน้าอก ซึ่งเสื้อแม่งถูกถอดไปตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้เพราะผมมัวแต่ห่วงข้างล่างมากกว่า   ไอ้หมอกไม่ฟังที่ผมพูดแม้แต่นิด ลิ้นเลียไล้วนไปเรื่อย หยุดเม้มที่ยอดอกชูชัน  ผมกัดปากไม่ส่งเสียงออกมา นี่มันโรงพยาบาล แถมประตูยังไม่ได้ล็อค!! (ตกลงแกห่วงแค่นี้?- -“)

 

“พอได้แล้ว อ๊ะ!” คนตัวใหญ่ผลักผมลงบนโซฟา มันกะเผลกไปที่ประตู ได้ยินเสียงกริ๊กก่อนมันจะเดินมาหา ทาบตัวทับลงมา ถอดเสื้อของตัวเอง ตามด้วยกางเกง แล้วหันมาถอดของผม

 

“ปล่อยนะ!”

 

“จุ๊ๆ อย่าเสียงดังสิ นี่มันโรงพยาบาลนะ” ปากพูดมือไม่หยุด

 

“ก็นั่นนะสิ มึงถึงไม่ควร..” ไอ้หมอกก้มลงมาจูบ ลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาในโพรงปาก ราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย หมอกจับขาผมแยกออกอย่างกว้าง  ลมหายใจฟืดฟาดน่ากลัว ฝ่ามือใหญ่จับจุดอ่อนไหว กอบกุมเอาไว้ ผมสะดุ้งปัดออกไป แต่ไม่ช่วยอะไรเลย ไอ้หมอกขยับมือที่กอบกุมขึ้นลง เร่าร้อนเสียจนจะบ้าตาย ความเสียวซ่านปะทุขึ้นภายใน ถาโถมราวกับคลื่นบ้าคลั่ง

 

“อ๊ะ!”

 

“อ๊ะ อื้อ!”

 

“อ๊า”

 

“ม.....หมอก อ๊า!”

 

ฝ่ามือหยุดขยับเคลื่อนไหวพร้อมๆกับที่ของเหลวขุ่นพุ่งออกมา อารมณ์ของผมเริ่มจับจุดไม่ได้ มันดูเลื่อนลอย หมอกเลื่อนหน้ามาจูบปากเบาๆ พร้อมยิ้มให้ เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ผมยิ้มตาม สองแขนขึ้นโอบรอบคอมันเอาไว้ ปากของเราประกบกันอีก แต่คราวนี้ผมโอนอ่อนตาม ลิ้นของเราพันกัน ผมยังไม่ชินกับความรุนแรงของมันซักที ไอ้หมอกถอนปากออกไป แล้วขบติ่งหู ลงไปที่คอ ทุกอย่างเริ่มรุนแรงขึ้น ถึงผมจะเจ็บมากก็ตาม แต่ไม่รู้สิ ความรู้สึกมันมีความสุขมากกว่า  ก้มมองดูรอยกัดตัวเอง ชักเริ่มหวั่นๆ

 

“หมอกปิดไฟก่อน”  ผมไม่อยากให้อารมณ์ที่กำลังปะทุของตัวเองต้องหมดลง หมอกรีบลุกขึ้นไปปิดไฟ พอเดินจะถึงโซฟามันก็ถอดกางเกงลง ผมหันหน้าหนีทันที

 

“อายอะไร” มือหนาจับคางให้หันมาตรงๆ

 

“ไม่ได้เจอกันซะนาน ไม่ลองจำภาพดีๆเอาไว้หน่อยเหรอ”

 

“ภาพอะไรวะ” ผมถาม

“ภาพเราสองคนไง” หมอกก้มลงหอมแก้ม ผมเอียงคอหลบด้วยความเขินอาย มันก็ยังตามมาไล่หอมอีก ได้ไปหลายฟอดมือเริ่มเลื้อยอีกหน คราวนี้ลงไปต่ำกว่าจุดแรก ตรงช่องทางคับแคบของผม ไอ้หมอกพยายามสอดนิ้วเข้าไป มันเจ็บมากและแน่นมาก

 

“อือ...” ใบหน้าแสดงถึงความเสียวกระสัน คิ้วเข้าหากันเป็นปม ผมหายใจแรงเมื่อนิ้วของไอ้หมอกเริ่มเข้ามาข้างในลึกขึ้น ลึกขึ้น จากความคับแน่นก็ลื่นและยืดหยุ่นขึ้นทีละนิด เล็บผมจิกแผ่นหลังแกร่ง ความเสียวซ่านแผ่กระจาย เสียงครวญครางของตัวเองฟังดูแล้วช่างน่าอายแต่หยุดไม่ได้  จากหนึ่งนิ้วกลายเป็นสอง ไอ้หมอกใส่เข้ามาพร้อมกันสองนิ้ว ขยับเข้าออกเป็นว่าเล่น ผมหายใจไม่ทันดูเหมือนจะตายไปพร้อมความสุข ความเจ็บปวดวิ่งเล่นอยู่ข้างใน ความอัดอั้นต้องการการปลดปล่อย หมอกมันคงเป็นเหมือนกัน ในที่สุดทั้งสองนิ้วที่คิดว่าใหญ่เหลือเกินออกไปแล้ว ของๆมันก็แทรกเข้ามาแทนที่และใหญ่กว่าหลายเท่านัก

 

“อ้า!! อื้อ ฮึก..!” ผมร้อง หมอกขยับตัวเบื้องล่างอย่างรุนแรง

 

“ฮ้า......”  เสียงใหญ่ทุ้มของมันลอยล่องอยู่ในห้อง มันก็มีความสุขมากเช่นกัน

รู้สึกว่าโซฟาขยับไปตามแรงขย่ม ผมบอกให้มันเบาๆ แต่แม่งไม่ฟังอะไรเลย

 

“อ๊ะ!”

 

“อ๊า!!”

 

“ออกเร็วจริงๆ” ไอ้หมอกบ่น แต่มันก็พอๆกัน รู้สึกข้างในมีน้ำใส่เข้ามาอย่างเหนอะหนะ ลำตัวเกร็งแน่นแล้วก็ฟุบลงมา มันจูบอีกครั้งและอีกครั้ง มากมายนับครั้งไม่ถ้วน หมอกขยับตัว จับผมคว่ำลง  ยกสะโพกให้สูงขึ้น ท่อนกายแกร่งก็สอดใส่เข้ามาอีก

 

“อ๊า  อ๊ะๆๆๆๆๆ”

 

“กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...ก็..แน่น...เหมือนเดิม”

 

“อ๊ะ อื้ม ไม่มีเจลนี่ไอ้บ้า!”

 

เอี๊ยด   เอี๊ยด

 

“ฮ้ะ ฮ้า!”

 

เอี๊ยด

 

“แรงๆ หมอก  อ๊ะ!”

 

“ลึก...กว่านี้”

 

“รักมึงนะพัท”

 

“อ๊า~!!!”

 

สติผมหลุดลอย หยาดน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว เหงื่อเปียกชื้นทั้งๆที่เปิดแอร์ เราสองคนเชื่อมต่อกันอยู่เนิ่นนาน ผมไม่รู้เลยว่ามาจบตั้งแต่เมื่อไหร่ พอตื่นขึ้นมาก็มืดแล้ว

ไอ้หมอกจูบหน้าผากพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้ บนโซฟาถึงแม้จะคับแคบแต่ผมว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แค่เราสองคนกอดกันอย่างนี้ ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้

 

“กี่โมงแล้ว?” ผมถามด้วยเสียงแหบแห้ง

 

“จะสามทุ่มแล้วหละ” หมอกขยับผ้าห่มให้สูงขึ้น ผมยังง่วงอยู่ ซุกหน้าเข้ากับแผงอกแกร่ง

 

“ต้องกลับบ้านแล้วหละ”

 

“ไม่เอา ไม่ให้กลับ” คนดื้อดึงกอดผมแน่นขึ้น

 

“จะกลับ!” ผมกระแทกเสียง ดันตัวเราให้ออกจากกัน นิสัยเอาแต่ใจอีกแล้วนะมึง

 

“บอกว่ารักก่อนเดะ”

 

“ไม่!”

 

“เจอะคนใจร้าย ใจดำ ก็มีแต่ช้ามมม รับกรรม~~”

 

“ครวญเพลงอะไรว่ะ! โอ๊ยย ปล๊อยยย...” คนอะไรชอบร้องเพลงเก่า กุไม่ค่อยได้ฟังนะเว้ย

 

“ก็ใช่ซี้ เสียงครวญของหมอกมันไม่ไพเราะเท่าเสียงครางของพัทหรอก”

 

“ว้ากกก ไอ้บ้าเอ๊ยย”  ผมอายหน้าแดง ไม่รู้เพราะความอายที่เป็นตัวสร้างแรงพลังงานรึเปล่านะผมถึงดิ้นหลุดออกมาได้ 

 

............

 

--โอ้ววว ตอนนี้=[]=b  (ขอโทษนะคะ แต่งไม่เก่ง)

 

edit @ 15 May 2012 18:48:11 by mako

And then Goodbye - Gotthard

posted on 03 Apr 2012 13:50 by laokhwan-muk

เป็นเพลงเศร้าจริงๆ แปลแล้วก็ไม่รู้จะถูกหรือเปล่า- -"

There are things that should be easy to say

มีหลายสิ่งที่คิดว่าง่ายหากจะพูดออกไป
When you know you love someone

ในยามที่คุณรักใครสักคน
While waiting for the moment to come

ขณะที่รอคอยช่วงเวลานั้นให้มาถึง
Another day has gone

อดีตก็ล่วงเลยไปแล้ว
The stupid fears I keep inside

ความกลัวโง่ๆที่ฉันเก็บมันไว้ภายใน
That only heaven knows

มีแต่สวรรค์เท่านั้นแหละที่รับรู้
They scare me every time I have to

ซึ่งมันต่างทำให้ฉันหวาดหวั่น
Face those simple words

เมื่อต้องผจญกับคำง่ายๆเหล่านั้น
And then goodbyes are round the corner

และแล้วก็ล่ำลากันไป
And then goodbyes don’t last one day

และแล้วก็ต้องลาไม่วันใดก็วันหนึ่ง


So I’m scared the time is running out

ฉันตกใจเมื่อเวลากำลังหมดไป
And I see you walk away

และเห็นคุณเดินหายไปลับตา
There are goodbyes that no one cares about

มันคือการล่ำลาที่ไม่มีใครมาสนใจ
N’ others so hard to face

และคนอื่นๆก็ยากที่จะเผชิญ
So I’m trying to sing this song for you

ดังนั้นฉันจึงร้องเพลงนี้เพื่อคุณ
For the words I need to say…

สำหรับถ้อยคำที่ฉันอยากจะพูด
I learned my lesson once

ฉันได้เรียนรู้บทเรียนแล้วหนึ่งครั้ง
I thought I learned my lesson twice

แต่ฉันคิดว่าฉันเรียนรู้มันถึงสองครา
And I know how bad it feels inside

และฉันรู้ว่าความรู้สึกมันแย่แค่ไหน
When I can’t make up my mind

เมื่อฉันไม่สามารถทำให้จิตใจรู้สึกดีขึ้นได้เลย
Senseless words and sleepless nights

ถ้อยคำโง่ๆและค่ำคืนที่ไม่หลับไม่นอน
And my life’s just falling apart

และชีวิตของฉันก็แตกเป็นเสี่ยงๆ
Oh tell me Lord why’s it take so long

พระเจ้าได้โปรดบอกฉันเถิดว่าเหตุใดถึงได้นานเพียงนี้
To let my heart speak out

ที่จะให้หัวใจได้พูดออกไป
Cuz then goodbyes are round the corner

เพราะสุดท้ายก็ลากันไป
And then goodbyes don’t last one day

แล้วก็ล่ำลากันในวันนั้น
So I’m scared the time is running out

ฉันหวาดกลัวเวลาที่หมดลง
And I’ll see you fade away

และเห็นเธอจางหายไป
There are goodbyes that no one cares about

มันเป็นคำบอกลาที่ไม่มีใครสนใจ
And others so hard to face

และคนอื่นๆก็ยากที่จะเผชิญ
So I’m trying to sing this song to you

ดังนั้นฉันจึงพยายามที่จะร้องเพลงนี้เพื่อคุณ
‘Cause it’s time for me to say

เพราะมันถึงเวลาแล้วที่จะพูดว่า
I love you

ฉันรักเธอ

 
ิัBy Muk
ต่อจากของตอนที่แล้วนะคะ อันตี้จะตกน้ำตายแล้วอ่า><
ไปต่อกันเถอะ
 

สูญเสียอันติโนอุส 

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปีค.ศ. 130 ไม่มีใครทราบได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ในไบเบิลประวัติศาสตร์โรมันชื่อ ฮิสตอเรีย ออกุสตา ได้บันทึกเอาไว้ว่า "he [Hadrian] lost his Antinous along the Nile." (พระองค์สูญเสียอันติโนอุสไปกับมหานทีไนล์เสียแล้ว) ขณะที่เฮเดรียนได้บันทึกไว้ว่า "He fell into the Nile.” ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดจากองค์กษัตริย์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า fell ที่ว่านั้น คือการพลัดตกด้วยอุบัติเหตุหรือการพลัดตกด้วยเจตนากันแน่ แต่ส่วนใหญ่นักประวัติศาสตร์จะลงความเห็นกันว่าเป็น          การบูชายัญ   ในความเห็นบางประการบอกว่าเป็นการกระทำตามศาสนาของเฮเดรียน แต่ว่าก็ไม่มีหลักฐาน บางตำนานก็เล่าว่าอันติโนอุสถูกสังหาร แต่อย่างไรก็ตามอันติโนอุสไม่ได้มีความสำคัญต่อราชวังใดๆทั้งสิ้น และไม่มีข่าวลือนินทาว่าร้ายอะไรเลยที่จะเป็นเหตุให้ถูกลอบสังหาร ถ้าหากว่าเป็นจริงผู้ที่น่าสงสัยที่สุดก็คงเป็นจักรพรรดินีซาบินาพระชายาของจักรพรรดิเฮเดรียน ผู้ซึ่งรู้สึกถึงความไร้สาระของสวามีที่เขียนป้ายหลุมศพของอันติโนอุสด้วยตนเองถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนี้ให้ชายาซาบินา  ในบางตำนานก็บอกว่าอันติโนอุสได้สูญเสียความกล้าหาญไปแล้ว เห็นว่าการรักเพศเดียวกันเป็นความน่าเวทนา และบางตำนานเล่าไว้อย่างละเอียดว่าอันติโนอุสเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่ม ที่เขาเป็นคนพายเองในแม่น้ำไนล์ ซึ่งจุดๆนั้นก็กลายเป็นเมืองอันติโนโพลิส แต่จากความเห็นของนพ.กฤษดา ศิรามพุชแล้ว บอกว่าอันติโนอุสเป็นถึงคนสนิทของ   เฮเดรียน การที่จะจมน้ำไปก็น่าจะมีคนช่วยได้ทันท่วงทีแน่ๆ ดังนั้นถ้าเราตัดประเด็นอุบัติเหตุนี้ไปก็จะเหลือการบูชายัญกับการฆ่าตัวตาย

หลักฐานเกี่ยวกับการบูชายัญนั้นมีมากทีเดียว อย่างแรกเลยคือเมื่อครั้งที่อันติโนอุสอยู่อียิปต์ เมื่อน้ำน้ำท่วมอียิปต์เป็นครั้งที่สอง ตามธรรมเนียมโบราณต้องหาคนมาบูชายัญที่แม่น้ำไนล์ และผู้ที่มีความเป็นไปได้สูงที่ถูกร้องเรียนให้บูชายัญนั่นก็คือ อันติโนอุส   ข้อสันนิษฐานที่สองคือตามประเพณีของกรีซคือการตายแทนกัน ความคิดของกรีกก็คือความรักคือการให้ และมันคือพลังในการรักษาเยียวยา ขณะนั้นเองที่เฮเดรียนประชวรอย่างหนัก มันค่อนข้างเป็นไปได้ทีเดียวที่อันติโนอุสจะถวายชีวิตตัวเองให้เฮเดรียนเพื่อตอบแทนบุญคุณที่เฮเดรียนเคยช่วยชีวิตเขาจากการเกือบโดนสิงโตทำร้าย  แต่มันก็น่าประหลาดใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเด็กหนุ่มที่สดใสขนาดนี้ถึงต้องบูชายัญตัวเองเพื่อจักรพรรดิและเพื่อโรมด้วย แต่คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือคนเรามักจะทำอะไรที่แปลกประหล่ดและไร้เหตุผลเพื่อความรัก อันติโนอุสคงเชื่อมั่นอย่างมากว่าเขาจะสามารถเป็นอมตะในห้วงน้ำไนล์ และไม่อาจเจอร่างของเขา ณ จุดจบของชีวิตได้ 

ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานการฆ่าตัวตายของอันติโนอุสว่ามันเกิดจากความโศกเศร้า หรือเขาได้ตระหนักแล้วว่าเขาเสียเวลาไปกับการเป็นอีโรมีนอส หนึ่งหรือสองปีที่อันติโนอุสท้อแท้กับการเป็นคนโปรดของจักรพรรดิ และเคยชินที่ถูกเรียกว่าพวกน่าเวทนา อะไรก็ตามที่ทำให้อันติโนอุสท้อแท้ใจนั้นมันก็ไม่ได้บอกว่าเขารักเฮเดรียนขนาดไหน และถ้าหากอันติโนอุสรักเฮเดรียนจริงๆมันก็น่าจะมีหนทางที่จะจบความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แบบนี้ แต่เหตุผลของหัวใจ บางทีอันติโนอุสอาจจะรู้สึกละอายใจกับตำแหน่งของตัวเอง ทั้งๆที่ควรจะมีชีวิตแบบวัยหนุ่มทั่วไปบ้าง

ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม อันติโนอุสก็จมลงสู่ห้วงน้ำไนล์แล้ว และเขาก็เป็นอมตะ ถึงกาลเวลาจะผ่านล่วงเลยมาเนิ่นนาน อันติโนอุสอาจจะจางหายไปตามกาล แต่ทว่าจักรพรรดิเฮเดรียนคือผู้ตอบสนองสิ่งนั้น สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของอันติโนอุสอยู่ยั้งจนมาถึงอนาคต   เฮเดรียนได้อนุสรณ์ให้กับอันติโนอุสทุกที่เท่าที่ต้องการ แม้กระทั่งสร้างเมืองใหญ่ชื่อว่า “อันติโนโพลิส” ริมแม่น้ำไนล์ ปัจจุบันคือเมือง ชีค อิบบาดา ซึ่งอยู่ในอียิปต์  และตามธรรมเนียมโรมัน หากว่าองค์จักรพรรดิเป็นใหญ่มากพอ มีอำนาจมากพอแล้ว สามารถตั้งตนเป็นเทพเจ้าได้ ในกรณีของอันติโนอุสก็เช่นกัน องค์เฮเดรียนได้ตั้งอันติโนอุสขึ้นเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง ที่ซึ่งทุกคนสามารถกราบไหว้บูชาได้  และได้ตั้งชื่อหมู่ดาวกลุ่มหนึ่งตามชื่อของอันติโนอุสด้วย ในสมัยนั้นองค์เฮเดรียนหมั่นสร้างรูปเหมือน รูปปั้น เหรียญตราต่างๆที่ประทับแต่หน้าอันติโนอุสทั้งสิ้น เป็นดั่งเครื่องหมายของความรักที่พระองค์มีต่ออันติโนอุสว่ามากมายเกินคณานับ
 
...END...
 
ความรักเนี่ย
เข้าใจยากจังเลยนะ...
 
 
 
หายไปนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
ไม่เคยอัพเอนทรี่เลยเพราะไม่รู้จะอัพอะไร ไม่มีอะไรในหัว
แต่มาวันนี้ก็อยากอัพขึ้นมาเพราะมันไม่มีเรื่องของจักรพรรดิเฮเดรียนกับอันติโนอุสในสารบบภาษาไทยเลยน่ะสิคะ
อ้อ! แต่ว่าก็มีนะ ในต่วย'ตูน พิเศษ ฉบับที่ 420 โดยนพ.กฤษดา ศิรามพุชWink (FCคนนี้เลยค่ะ)
 
เนื่องจากว่างและเป็นงานที่ต้องทำส่งอาจารย์อยู่แล้วด้วย เลยไปหาข้อมูลมา
แล้วมันเป็นปะกิดทั้งน้านนน นั่งแปลตั้งนานเพราะมันยาวมาก
แต่ที่เอามาลงในนี้ก็จะแค่สรุปคร่าวๆสักหน่อย เพราะบางประโยคที่แปลส่งอาจารย์ แปลมั่วแหลกมาก ตัวเองอ่านยังไม่เข้าใจเลย- -" ก็คงต้องตัดทิ้งไปดีกว่า
 
เอาล่ะ เริ่มดีกว่า พล่ามอะไรก็ไม่รู้
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ล้วนๆ ถ้าไมชอบเกย์ แต่ชอบประวัติศาสตร์ หาความรู้แนวนี้ไว้บ้างก็สนุกดีนะคะ โฮ่ๆ
 
 
 
 
จักรพรรดิเฮเดรียน
 
เป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันของราชวงศ์เนอร์วัน-อันโตเนียน เป็นหนึ่งใน5จักรพรรดิโรมันผู้ทรงคุณธรรม ผลงานเด่นก็เป็นกำแพงเฮเดรียนน่ะ่่ค่ะ ประมาณกำแพงเมืองจีนแต่ก็สั้นกว่ามาก พระองค์เป็นพวกที่ คลั่งใคล้กรีกแบบสุดๆ....
 
อันติโนอุส
 
เด็กหนุ่มน้อยวัย13 ขวบ!! เกิดที่บิไทเนีย ประมาณวันที่ 27 พฤศจิกายน เป็นเด็กหนุ่มน่าตาดี น่ารัก สวย เพอร์เฟ็คต์ พอเถอะ - -" อวยมากไปหน่อย ไม่เชื่อดูรูปค่ะ
 
 
น่ารักใช่มั้ยล่า หุหุหุ
 

เรื่องเล่าของทั้งสอง 

ภายในวังนั้นแน่นอนว่าเป็นฮาเร็มของเด็กผู้ชายหน้าตาดีๆหรือที่องค์เฮเดรียนถูกใจ  
เพราะองค์เฮเดรียนเป็นพวก “คลั่งกรีก”ที่ไม่ว่าจะทำการใดก็มักชื่นชอบขนบธรรมเนียมของกรีกเสมอถึงแม้ตนจะเป็นโรมันก็ตาม ดังนั้นการที่องค์เฮเดรียนชื่นชอบในตัวผู้ชายนั่นก็เพราะวัฒนธรรมกรีกนั่นเอง  แต่กระนั้นฮาเร็มขององค์เฮเดรียนก็ไม่ได้มีแค่ความเจริญหูเจริญตา แต่ยังเป็นโรงเรียนที่ฝึกสอนเด็กในฮาเร็มให้เป็นเด็กรับใช้ในวังหลวงอีกด้วย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกอย่างชัดเจนว่าขณะนั้นเฮเดรียนได้ตกหลุมรักอันติโนอุสแล้ว แต่ทว่าขณะที่จักรพรรดิประพาสเมืองอิตาลีในปีค.ศ. 125และกรีซ ในปีค.ศ. 128 หนึ่งในการประพาสเมืองทั้งสองครั้งนี้แหละที่ทำให้เฮเดรียนถูกใจอันติโนอุสขึ้นมา  จนอันติโนอุสกลายเป็นคนพิเศษในที่สุด

ในยุคเกรเชี่ยนเก่า ความรักของชายหนุ่มที่มีให้เด็กผู้ชายเป็นรูปแบบของความรักที่บริสุทธิ์ ส่วนรักที่มีต่อหญิงสาวคือรักที่มีเพียงตัณหาราคะ เป็นเพียงเรื่องของการดำรงเผ่าพันธุ์เท่านั้น  ในสังคมกรีกเด็กผู้ชายที่ถูกรักจะถูกเรียกว่า   “อีโรมีนอส” ซึ่งอายุจะอยู่ที่ตอนเป็นวัยรุ่นจนถึงยี่สิบต้นๆ ส่วนผู้ชายจะเรียกว่า “อีราสเตส” ซึ่งอายุจะอยู่ระหว่าง 20-40 ปี   คำกล่าวที่เลื่องลือที่สุดกล่าวไว้ว่า “การมีความรักตอนแก่ คือที่สุดของโชคร้าย” (แน่นอนว่าเฮเดรียนไม่สนคำเหล่านี้)  เป็นธรรมเนียมของกรีกที่ชายหนุ่มจะต้องดูแลเด็กชายเป็นอย่างดี ไม่ให้เสียชื่อครอบครัวของเด็ก ถือได้ว่าเป็นสปิริตของความรักที่มีให้ต่อกันนั่นเอง ในความเป็นจริง พวกกวีต่างๆหรืออย่างในรูปภาพศิลปะมักแสดงให้เห็นว่าผู้ชายที่ละเลยต่อเด็กชายและเริ่มหันเหความสนใจไปหาเพศหญิงมักจะได้รับการยอมรับจากพวกพ้อง

 

เริ่มงง - -" เพราะว่าแปลส่งครู ภาษาเลยจะทางการนิดนึงนะคะ

 

ต่อเถอะ

....

 

เฮเดรียนรักอันติโนอุสมาก หลงใหลถึงขั้นให้อันติโนอุสเป็นแบบรูปปั้น รูปภาพ ศิลปะสวยงามต่างๆนานา พระองค์ก็ใช้อันติโนอุสเป็นแบบไปเสียหมด  อันติโนอุสเป็นที่ชื่นชมของกษัตริย์และคนรอบข้าง เพราะเก่งทั้งการล่าสัตว์ นักกีฬา มีปัญญาที่เฉลียวฉลาด ใครไม่รักก็ไม่รู้จะว่ายังไงเนอะ แต่ว่าอันติโนอุสก็ไม่เคยนิ่งนอนใจเพราะรู้ดีว่าองค์เฮเดรียนนั้นย่อมได้พบเจอใครใหม่ๆได้อีกอยู่แล้ว ก็เลยค่อนข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัว ซึ่งเฮเดรียนก็ยังรักอันติโนอุสเสมอมา

 

แต่เรื่องมันเศร้าค่ะ คนเราเกิดมาก็ต้องจากลาไป เสียดายที่อันติโนอุสจากไปก่อนวัยอันสมควร
เป็นเหตุให้เฮเดรียนเสียพระทัยมาก

เราจะมาดูกันค่ะว่าอันติโนอุสจากไปอย่างไรในตอนหน้านะคะ - -" มันค่อนข้างยาวอ่า

 

แถมรูป

 

 

กำแพงเฮเดรียน

จักรพรรดิเฮเดรียน

เหรียญเฮเดรียน

เหรียญอันตี้

 

และ แถมรูป 18+

 

 

กดดูเอาเองเน้อ- -"

 

ที่มา : http://ladyhedgehog.hedgie.com/antinous.html.2555    

 

 
 

edit @ 26 Feb 2012 14:09:48 by mako

edit @ 26 Feb 2012 14:14:36 by mako

edit @ 26 Feb 2012 14:15:24 by mako

edit @ 15 May 2012 18:46:41 by mako

กระต่ายที่หมายจันทร์...

posted on 27 Aug 2011 20:42 by laokhwan-muk
 
         กระต่ายหมายเหม่อเฝ้า    มองจันทร์
แสงส่องรพีพรรณ                    แจ่มจ้า
เหมือนหลุดผุดจากฝัน             เจิดจริส
ใครเล่าจะหมายกล้า               ไขว่คว้ามาครอง...

        เหมือนพี่ที่เฝ้าคอย         เกิดร่องรอยในร่องรัก
เพราะพี่มีแต่ภักดิ์                    ไม่มีทรัพย์มาเกื้อกูล
น้องนั้นเกินฝักใฝ่                    ใครหนอใครต่างการูณ
แต่พี่มันแค่มูล                        ให้อาดูรในรักนัก
คงต้องปล่อยน้องไป               ทั้งที่ใจยังใฝ่ฝัก
อยู่ไปคงขลุกขลัก                   เพราะแค่รักยังไม่พอ

....ไข่มุกสีนิล..๐..
 
ปกติก็ไม่ค่อยจะแต่งโคลงสี่สุภาพเท่าไหร่ ทั้งชีวิตเพิ่งแต่งไปแค่นับครั้งได้- -" เลยไม่รู้ว่ามันจะถูกหรือเปล่านะคะ จำหลักเอก-โทจากลิลิตพระลอ
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ...
จำไปจนวันตายแหละคะ บทนี้..- -"

Favourites